ในสมัยก่อนเวลาป่วยเจ็บอะไรก็ยังมีหมอมาตามบ้าน อย่างแม่พลอยในเรื่องสี่แผ่นดินยามลูกป่วยก็มี
“หลวงโอสถฯ” มาเยี่ยมดูแล
ถ้าย้อนไปไกลกว่านั้นก็มีคุณหมอที่ดูสุขภาพของคนเป็นเฉพาะโรค
ยกตัวอย่างสมัยแผ่นดินล้นเกล้าฯรัชกาลที่
2 เคยมีประชาชนถูกกระสุนยิงใส่จนดวงตาจนแตกก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้
“หลวงทิพเนตร” เจ้ากรมหมอด้านโรคตาช่วยตรวจดูว่าจะพอรักษาไหวไหม
นี่คือระบบหมอไทยง่ายๆในสมัยก่อนที่การแพทย์ตะวันตกจะเข้ามา
ครั้นพอมิชชันนารีนำระบบแพทย์ตะวันตกเข้ามาลงหลักปักฐานแล้ว ระบบแพทย์บ้านเราก็มีอันเปลี่ยน โดยแพทย์รุ่นใหม่ๆสมัยนี้รับระบบแพทย์แบบอเมริกันมา
ส่วนใหญ่เป็นเพราะยึดเอาตามสถานที่ที่ตัวเองจบ โดยระบบอเมริกันนั้นมีลักษณะพิเศษที่ซ่อนอยู่ 3 เรื่องหลักคือ
- จับตรวจเยอะ
หลายอย่างไม่จำเป็นและไม่ดีต่อสุขภาพ
- ใช้ยาเยอะ มีการพึ่งยาเป็นอันดับต้นๆจนทำให้มีผู้เสียชีวิตจากยาติดอันดับเช่นกัน
- ดูคนไข้เป็นเพียงอวัยวะ ด้วยระบบเฉพาะทางมากมาย คนไข้อาจตาลายเพราะไม่รู้ต้องหาหมอไหน
นี่คือส่วนหนึ่งของระบบการแพทย์อเมริกันที่นักเรียนนอกหลายท่าน “เห่อ” เอามาใช้ตามๆกัน ทั้งที่ส่วนดีเขาก็มีครับ แต่ก็น่าแปลกที่ผู้เชี่ยวชาญบ้านเราไม่ค่อยเอามาปฏิบัติหรือสอนกันอย่างจริงจัง
เช่นการให้เวลาคุยอธิบายกับคนไข้อย่างเหมาะสม ไม่ใช่มองหน้ากันชั่วมดกระพริบตาแล้วจ่ายยา หรือว่าการพูดคุยแนะนำคนไข้จนเข้าใจได้ด้วยภาษาง่ายๆ
ไม่ใช่เอาแต่นั่งก้มหน้าถามคำตอบคำ คนไข้ผู้กังวลก็หน้าม้านไป
เพราะเกรงใจคุณหมอ
เข้าใจโรค เลือกหมอถูก
แนวทางเลือกหมอ
ระบบแบบที่มีหมอเฉพาะทางเป็นส่วนของร่างกาย แยกยิบย่อยละเอียดลงไปจนมองเห็นคนเป็นชิ้นส่วนอวัยวะนั้นต้องระวังให้ดีครับ
แม้จะมีผู้บอกว่าหมอก็ดูแลส่วนอื่นไปด้วยกัน
แต่ขอบอกว่ายากครับ
จากการตรวจคนไข้มาจะเห็นคุณหมอใช้วิธีการ “ส่งต่อ” มากกว่าแล้วน้อยนักครับที่จะมาคุยกันแบบเป็นทีม
ด้วยคุณหมอแต่ละท่านน่าเห็นใจตรงที่ไม่มีเวลา
แต่ข้อเสียคือจะเผลอมองคนไข้เป็นเพียงลูกตาดวงเดียว หรือหัวใจก้อนหนึ่งได้โดยง่าย ค่าที่ตรวจใกล้ชิดแต่อวัยวะชิ้นนั้นตามแบบแพทย์อเมริกัน
การจะเลือกพบคุณหมอแต่ละแผนกจึงเป็นสิ่งหนึ่งที่ยากยิ่งสำหรับคนไข้ครับ คือตัวคุณหมอเองจะเข้าใจระบบ แต่ถ้าลองเอาใจเขามาใส่ใจเราจะรู้ทันทีว่าคนไข้ไม่อาจรู้ได้เสมอไปว่าอาการอย่างเขาต้องไปหาคุณหมอแผนกไหน
มีนับสิบแผนก
ยกตัวอย่าง เป็นภูมิแพ้มาจะไปหา หู,คอ,จมูกก็ได้ หรือหาคุณหมออายุรแพทย์ก็ได้
ปวดศีรษะ ไปหาได้ตั้งแต่คุณหมอเวชกรรมทั่วไปไปจนถึงแผนกประสาทอายุรกรรม
ลางท่านอาจว่าก็ไปหาคุณหมอทั่วไปก่อนจากนั้นค่อยแยกไปเฉพาะ แต่ขออย่าลืมว่าหลายโรคช้าไม่ได้นะครับ เวลาทุกนาทีมีค่าสำหรับคนป่วย
ถ้ารู้ด้วยตัวเองเลือกถูกได้ตั้งแต่ต้นก็จะไม่สายเกินไป
ซึ่งพอมีเทคนิคที่ช่วยท่านได้ในการเลือกพบแพทย์สาขาหลักๆดังต่อไปนี้ครับ
|
เฉพาะทาง
|
อาการป่วย
|
|
คุณหมอด้านเวชกรรมหรืออายุรกรรม
|
หลายระบบร่วมกัน
เช่น ปวดหัว มีไข้ ปวดท้องร่วมด้วย ฯลฯ คุณหมอในด้านนี้มีหลายระบบแยกย่อยออกไปอีกเช่นอายุรกรรมประสาท,อายุรกรรมโรคหัวใจ,อายุรกรรมทางเดินหายใจ,อายุรกรรมผิวหนังฯลฯ
|
|
คุณหมอศัลยกรรม
|
อุบัติเหตุ,มีแผล,เลือดออก,ปวดไส้ติ่ง,ริดสีดวง,ก้อนเนื้อเต้านม,ก้อนเนื้อลำไส้ใหญ่,ไส้เลื่อน,ตัดชิ้นเนื้อ ฯลฯ นอกจากนั้นยังมีแยกย่อยไปเป็นผ่าตัดสมอง,ผ่าตัดทวารหนัก-ลำไส้ใหญ่
เช่นตัดเนื้องอกสมอง,เจาะกะโหลกเอาเลือดเสียทิ้งเป็นต้น
|
|
คุณหมอเด็ก
|
เด็กป่วยเป็นหวัดคัดจมูก,ภูมิแพ้,หอบหืด,ท้องเสีย,โรคติดเชื้อ,ความผิดปกติแต่กำเนิด,เรื่องพัฒนาการและฮอร์โมนต่างๆที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโต
|
|
คุณหมอสูติ-นรีเวช
|
สตรีที่มีความผิดปกติบริเวณระบบสืบพันธุ์
เช่น ประจำเดือนมาไม่ปกติ,ตกเลือด,ตรวจมะเร็งปากมดลูก,อัลตร้าซาวน์รังไข่,ท้องน้อย,มีบุตรยาก ฯลฯ
|
|
คุณหมอโรคตา
|
ปัญหาเกี่ยวกับดวงตาและระบบประสาท
เรื่องของการมองเห็น,อาการเจ็บตา,สายตาผิดปกติ,ต้อ,รวมถึงระบบประสาทจอตาและที่เกี่ยวกับดวงตา
|
|
คุณหมอหู,คอ,จมูก
|
ทอนซิลอักเสบ,ขี้หูตัน,คอเจ็บ,ไซนัสอักเสบและเรื่องการผ่าตัดโพรงอากาศบริเวณกะโหลกหรือช่องหู
|
|
คุณหมอต่อมไร้ท่อ
|
เบาหวาน,แพ้ภูมิตัวเอง,ต่อมไทรอยด์,รูมาตอยด์
|
|
คุณหมอรังสี
|
ฉายเอ็กซเรย์,ฉายแสง,สแกนร่างกายในอุโมงค์ซีที,เอ็มอาร์ไอ,รักษาด้วยการกลืนแร่,ฝังแร่,ให้เคมีบำบัดรักษามะเร็ง
|
|
คุณหมอกระดูก
|
ส่วนมากเป็นเรื่องของการผ่าตัดและเกี่ยวกับกระดูกโดยตรง
เช่นผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า เป็นงานหลักของคุณหมอออโถฯหลายท่าน
ลางท่านส่องกล้องผ่าตัดกระดูกต้นคอ ฉีดยาเข้าข้อ,ฉีดน้ำเลี้ยงข้อเข่า,เข้าเฝือกดามกระดูกหัก,ดูแลอุบัติเหตุกระดูก ฯลฯ ส่วนใหญ่เป็นการตอก,ตัด,เจาะ เป็นหลักครับ
|
|
คุณหมอกายภาพ
|
ถ้าเทียบกับคุณหมอกระดูกแล้วมีการลงมีดลงมือน้อยกว่ากันมาก
แต่ก็มีไฮเทคไม่น้อยครับไว้รักษาอาการ ปวดตัว,ปวดข้อมือ,ปวดกล้ามเนื้อ,ปวดเส้น,อุบัติเหตุที่ทำให้เกิดการผิดท่าขึ้น,อาการชาและการกระตุ้นกล้ามเนื้อให้ไม่ฝ่อลีบ นี่คือหน้าที่ส่วนหนึ่งของคุณหมอครับ
|
|
คุณหมอจิตเวช
|
ดูแลเรื่องจิตใจและอาการทางกายทุกอย่างที่เกี่ยวกับดวงจิตมนุษย์
รู้สึกซีมเศร้า,นอนไม่หลับ,บ้าช้อปปิ้ง,เด็กฉี่รดที่นอน,พฤติกรรมเปลี่ยน,อารมณ์ขึ้นลง,ตกอกตกใจง่ายขึ้น,กลัวที่แคบ,อยู่คนเดียวไม่ได้ไปจนถึงหลุดโรคไม่รู้จักใครไม่รู้แม้กระทั่งตัวเอง
จิตเวชไม่ใช่แผนกที่น่าอับอายสำหรับคนไข้นะครับ ขอให้เลือกคุณหมอที่ให้เวลาในการปรึกษาเต็มที่เพราะแสดงว่าท่านให้ “ยาใจ” มากกว่า “ยากิน”
|
ที่จริงยังมีแผนกอื่นอีกมากแต่เกรงจะกลายเป็นสมุดหน้าเหลืองของแพทย์ไป มีคุณหมอหลายแผนกด้วยครับที่ “ก้ำกึ่ง” กัน เช่นถ้าเป็น “มะเร็ง” ก็สามารถเข้าตรวจกับคุณหมออายุรแพทย์มะเร็งหรือแพทย์ด้านรังสีก็ได้
ดังนั้นหลักง่ายๆสรุปลงมาอีกครั้งตั้งแต่เริ่มป่วยก็คือ
- ไม่ต้องนึกถึงแพทย์เฉพาะด้านเสมอไป
เพราะไม่เช่นนั้นอาจเสียนาทีทองในกรณีฉุกเฉิน
- หาหมอทั่วไปได้
คุณหมอส่วนใหญ่มีความรู้ด้านเวชกรรม ให้ท่านช่วยตัดสินให้ได้ก่อน
- ขอให้ระลึกไว้เสมอว่าหมอที่ดีสุดคือตัวท่าน
การไปตรวจยิ่งมากหมอขอให้ใช้ “สติ” ด้วย
การเข้าหาหมออาจไม่ช่วยเสมอไปถ้าไม่เข้าใจระบบและไปเข้าผิดที่ก็จะยิ่งเสียเวลาโดยเฉพาะกับยามหน้าสิ่วหน้าขวานที่ไม่สบาย
หาผิดจะกลายเป็น “เกินแก้” ไป

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น